วิเคราะห์สถิติการใช้งาน Generative Search ในปี 2024-2025

สวัสดีครับทุกท่าน! เคยไหมครับที่รู้สึกว่าการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตไม่ใช่แค่การพิมพ์คีย์เวิร์ดแล้วกด Enter อีกต่อไป? โลกของการค้นหาได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แล้ว ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถ “สร้างสรรค์” คำตอบให้เราได้ ไม่ใช่แค่การรวบรวมลิงก์ นั่นคือที่มาของ Generative Search ที่กำลังปฏิวัติพฤติกรรมการค้นหาของเราในทุกวันนี้

ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกถึงสถิติการใช้งาน Generative Search ในช่วงปี 2024 และคาดการณ์แนวโน้มไปจนถึงปี 2025 กันครับ การทำความเข้าใจข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้เต็มที่, เจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหากลยุทธ์ใหม่ๆ, นักการตลาดที่ต้องปรับตัวให้ทันเกม, หรือแม้กระทั่งผู้พัฒนาแพลตฟอร์มที่ต้องสร้างสรรค์นวัตกรรม บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจแนวโน้มการใช้งาน ปัจจัยที่ส่งผล และผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมคาดการณ์ทิศทางในอนาคตที่น่าสนใจอย่างยิ่งครับ มาร่วมกันดำดิ่งลงไปในโลกแห่ง Generative Search ด้วยกันนะครับ!

Table of Contents

1. ทำความเข้าใจ Generative Search

1.1 Generative Search คืออะไร?

ลองจินตนาการดูสิครับว่า แทนที่จะต้องไล่คลิกทีละลิงก์เพื่อหาคำตอบที่ใช่ Generative Search เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่เข้าใจคำถามของเราอย่างลึกซึ้ง และสามารถสังเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มาสร้างเป็นคำตอบที่สรุปให้เราอย่างครบถ้วน เข้าใจง่าย และบางครั้งก็เป็นรูปแบบการสนทนาโต้ตอบเลยทีเดียว

  • คำนิยามและการทำงานเบื้องต้น: คือระบบค้นหาที่ใช้ AI Generative Model (เช่น Large Language Models หรือ LLMs) ในการสร้างสรรค์คำตอบโดยตรง แทนที่จะแสดงแค่รายการลิงก์ ผู้ใช้งานสามารถถามคำถามที่ซับซ้อน หรือแม้แต่ขอให้ AI ช่วยวางแผน สร้างไอเดีย หรือสรุปเนื้อหาให้ได้
  • ความแตกต่างจากการค้นหาแบบดั้งเดิม: แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากการค้นหาแบบเดิมที่เน้นการนำเสนอ “ลิงก์สีน้ำเงิน” (Blue Links) เพื่อให้ผู้ใช้กดเข้าไปอ่านเอง Generative Search มอบ “คำตอบ” ให้คุณโดยตรงจากหน้าผลการค้นหา ทำให้การเข้าถึงข้อมูลสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

1.2 ผู้เล่นหลักในตลาด Generative Search

ในสมรภูมิ Generative Search มีผู้เล่นยักษ์ใหญ่หลายรายที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด:

  • Google Search Generative Experience (SGE): แพลตฟอร์มค้นหาที่ใหญ่ที่สุดในโลกของ Google ที่เริ่มนำ AI Generative เข้ามาผสานรวม ทำให้ผู้ใช้งานได้รับคำตอบสรุปจาก AI ควบคู่ไปกับผลการค้นหาแบบดั้งเดิม
  • Microsoft Copilot (เดิมคือ Bing Chat): เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญที่ผสานรวม AI เข้ากับการค้นหาของ Bing และระบบปฏิบัติการ Windows รวมถึงแอปพลิเคชันต่างๆ ของ Microsoft ทำให้ผู้ใช้งานเข้าถึง AI ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  • Perplexity AI: แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดดเด่นในด้านการนำเสนอคำตอบพร้อมอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างชัดเจน และเน้นประสบการณ์การค้นหาแบบสนทนาเต็มรูปแบบ
  • และแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ยังมีผู้เล่นรายย่อยและสตาร์ทอัพอีกมากมายที่กำลังพัฒนานวัตกรรมในพื้นที่นี้อย่างต่อเนื่อง

1.3 เหตุใด Generative Search จึงกลายเป็นเทรนด์?

อะไรที่ทำให้ Generative Search กลายเป็นกระแสร้อนแรงแห่งปี? คำตอบอยู่ที่ความสามารถในการตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานในยุคดิจิทัลได้อย่างตรงจุดครับ

  • ความสะดวกสบายในการเข้าถึงข้อมูลสรุป: เราไม่ต้องเสียเวลาอ่านบทความยาวๆ อีกต่อไป AI สรุปให้เราได้อย่างรวดเร็วและกระชับ
  • การโต้ตอบแบบสนทนา: ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับผู้เชี่ยวชาญส่วนตัว สามารถถามคำถามต่อเนื่อง หรือขอคำอธิบายเพิ่มเติมได้
  • ความสามารถในการตอบคำถามที่ซับซ้อน: AI สามารถประมวลผลคำถามที่มีความซับซ้อน ต้องการการวิเคราะห์ หรือการสังเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการค้นหาแบบดั้งเดิมทำได้ยาก

2. ระเบียบวิธีและแหล่งข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์ (สำหรับข้อมูล 2024-2025)

การวิเคราะห์สถิติที่น่าเชื่อถือต้องอาศัยข้อมูลที่แข็งแกร่งครับ สำหรับบทความนี้ เราจะอ้างอิงถึงประเภทของแหล่งข้อมูลและตัวชี้วัดที่สำคัญ ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องมือที่นักวิเคราะห์ใช้ในการแกะรอยแนวโน้มการใช้งาน Generative Search ในช่วงปี 2024-2025 นี้

2.1 แหล่งข้อมูลหลัก:

  • รายงานจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ: เช่น Google Trends, Google’s earnings reports, Microsoft’s official statements และข้อมูลจาก Bing/Copilot
  • การสำรวจและวิจัยจากสถาบันอิสระ: ข้อมูลเชิงลึกจาก Statista, Pew Research Center, Gartner, Forrester Research และ Nielsen Norman Group ซึ่งทำการสำรวจพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยี
  • ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน: เช่น Similarweb, Semrush, Ahrefs ที่ให้ข้อมูล Traffic และพฤติกรรมผู้ใช้งาน
  • บทความวิชาการและการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ: Insight จากนักวิจัย AI, นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด

2.2 ตัวชี้วัดสำคัญ (Key Metrics) ที่ใช้ในการวิเคราะห์:

ตัวชี้วัดเหล่านี้ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมและรายละเอียดของพฤติกรรมการใช้งานได้อย่างชัดเจน:

  • อัตราการยอมรับและจำนวนผู้ใช้งาน (Adoption Rate, User Base): ดูว่ามีผู้คนใช้งาน Generative Search มากน้อยแค่ไหน และเติบโตเร็วเพียงใดในแต่ละไตรมาสหรือปี
  • ประเภทของคำค้นหา (Query Types): แยกแยะว่าผู้ใช้งานนิยมถามคำถามประเภทใด เช่น ข้อมูลทั่วไป (Informational), ทำธุรกรรม (Transactional), หรือการค้นหาเฉพาะเจาะจง (Navigational)
  • ระยะเวลาและคุณภาพของการมีส่วนร่วม (Engagement): วิเคราะห์ระยะเวลาที่ผู้ใช้ใช้ไปกับการสนทนา (Session Duration), จำนวนคำถามต่อเนื่อง (Follow-up Questions), และความพึงพอใจต่อคำตอบที่ได้รับ
  • อัตราการคลิกผ่านไปยังเว็บไซต์ต้นฉบับ (CTR to Source Websites): เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า แม้ Generative Search จะให้คำตอบโดยตรง ผู้ใช้งานยังคงคลิกไปที่แหล่งที่มาข้อมูลมากน้อยเพียงใด
  • การใช้งานผ่านอุปกรณ์ต่างๆ (Mobile vs. Desktop): เปรียบเทียบสัดส่วนการใช้งาน Generative Search บนมือถือและเดสก์ท็อป เพื่อดูว่าแพลตฟอร์มใดได้รับความนิยมมากกว่า
  • ข้อมูลประชากรของผู้ใช้งาน (Demographics): การวิเคราะห์อายุ เพศ ภูมิภาค และอาชีพของผู้ใช้งาน เพื่อทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายหลัก

3. สถิติและแนวโน้มการใช้งาน Generative Search ในปี 2024

ในปี 2024 นี้ Generative Search ได้ก้าวผ่านช่วงเริ่มต้นของการทดลองและกำลังเข้าสู่ช่วงของการยอมรับที่กว้างขวางขึ้นอย่างชัดเจน ถึงแม้ข้อมูลที่แท้จริงจะยังทยอยเปิดเผย แต่เราสามารถสรุปแนวโน้มสำคัญที่ปรากฏให้เห็นได้แล้วครับ

3.1 ภาพรวมการยอมรับและการเติบโต:

  • อัตราการเข้าถึงและจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น: คาดว่าอัตราการยอมรับ Generative Search ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานเทคโนโลยีและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เปิดรับนวัตกรรม การเปิดตัว Generative Search ในแพลตฟอร์มหลักอย่าง Google และ Microsoft ทำให้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น
  • การเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา: เมื่อเทียบกับปี 2023 ที่ Generative Search ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น (Beta/Experimental) ปี 2024 นี้ เราเห็นการใช้งานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในแง่ของปริมาณคำค้นหาและการใช้ฟีเจอร์ AI ในชีวิตประจำวัน

3.2 พฤติกรรมการใช้งานหลัก:

  • คำถามประเภทใดที่ผู้ใช้งานนิยมใช้ Generative Search: ผู้ใช้งานนิยมใช้ Generative Search สำหรับคำถามที่ต้องการคำตอบเชิงสรุป, การเปรียบเทียบข้อมูล, การวางแผน (เช่น แผนการเดินทาง, เมนูอาหาร), การหาไอเดียสร้างสรรค์, และการศึกษาข้อมูลที่ซับซ้อน
  • แนวโน้มการใช้งานในแต่ละโดเมน: เห็นได้ชัดว่า Generative Search มีบทบาทมากขึ้นในโดเมนการศึกษา (การทำรายงาน, สรุปบทเรียน), การซื้อสินค้า (เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์, หาข้อมูลรีวิว), และการวางแผนท่องเที่ยว (แนะนำสถานที่, จัดทริป)
  • ความพึงพอใจของผู้ใช้งานต่อคำตอบที่ได้รับ: โดยรวมแล้ว ผู้ใช้งานมีความพึงพอใจสูงต่อความรวดเร็วและความสะดวกในการได้รับคำตอบสรุป แม้จะยังมีความกังวลเรื่องความถูกต้องและแหล่งที่มาอยู่บ้าง

3.3 ผลกระทบต่อการค้นหาแบบดั้งเดิม:

  • การเปลี่ยนแปลงในอัตราการคลิกไปยังผลลัพธ์แบบลิงก์: มีแนวโน้มที่อัตราการคลิกผ่าน (CTR) ไปยังลิงก์บนหน้าผลการค้นหาจะลดลงในบางประเภทคำค้นหา โดยเฉพาะคำค้นหาที่ AI สามารถให้คำตอบได้โดยตรงและครบถ้วน
  • ผลกระทบต่อ Organic Traffic ของเว็บไซต์ต่างๆ: เว็บไซต์ที่พึ่งพา Organic Traffic จากการค้นหาแบบดั้งเดิมอาจเห็นการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากผู้ใช้งานได้รับคำตอบจาก AI โดยตรง ทำให้ไม่จำเป็นต้องคลิกเข้าเว็บไซต์เสมอไป

3.4 ความท้าทายที่พบในปี 2024:

แม้จะมีการเติบโตที่น่าประทับใจ แต่ Generative Search ก็ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการในปี 2024 ครับ

  • ประเด็นเรื่องความถูกต้องของข้อมูล (Hallucinations): AI ยังคงมีปัญหาในการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือแต่งเติมขึ้นมาเอง (Hallucinations) ในบางครั้ง ทำให้ผู้ใช้งานต้องตรวจสอบข้อมูลซ้ำ
  • ความกังวลเรื่องลิขสิทธิ์และการอ้างอิงแหล่งที่มา: เกิดคำถามว่า AI นำข้อมูลจากที่ใดมาใช้ในการสร้างคำตอบ และมีการอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างเหมาะสมหรือไม่
  • การเข้าถึงที่จำกัดในบางพื้นที่หรืออุปกรณ์: Generative Search ยังไม่เปิดให้ใช้งานอย่างเต็มรูปแบบในทุกภูมิภาค หรือในอุปกรณ์บางประเภท ทำให้การยอมรับยังไม่แพร่หลายในวงกว้างเท่าที่ควร

4. การวิเคราะห์ปัจจัยขับเคลื่อนและข้อจำกัด

อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้ Generative Search เติบโตอย่างรวดเร็ว และอะไรคือข้อจำกัดที่ท้าทายการพัฒนาในอนาคต เรามาดูกันครับ

4.1 ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต:

  • การพัฒนาและปรับปรุงโมเดล AI อย่างต่อเนื่อง: บริษัทเทคโนโลยีลงทุนมหาศาลในการพัฒนา LLM ให้ฉลาดขึ้น แม่นยำขึ้น และมีความสามารถในการสร้างสรรค์คำตอบได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
  • การรวมเข้ากับแพลตฟอร์มและบริการอื่น ๆ: เมื่อ Generative AI ถูกผนวกรวมเข้ากับระบบปฏิบัติการ (OS), เว็บเบราว์เซอร์, และแอปพลิเคชันที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน (เช่น Microsoft Office Suite) ยิ่งทำให้การเข้าถึงและใช้งานเป็นไปอย่างง่ายดายและเป็นธรรมชาติ
  • ความต้องการของผู้ใช้งานที่ต้องการคำตอบที่รวดเร็วและครบถ้วน: ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูล ผู้ใช้งานต้องการคำตอบที่ตรงประเด็น รวดเร็ว และไม่ต้องเสียเวลาค้นหาเอง
  • การเข้าถึงอุปกรณ์อัจฉริยะที่เพิ่มขึ้น: สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่แพร่หลาย ทำให้ผู้ใช้งานเข้าถึง Generative Search ได้ทุกที่ทุกเวลา

4.2 ข้อจำกัดและอุปสรรคในการใช้งาน:

  • ความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ AI สร้างขึ้น: ปัญหาเรื่อง Hallucinations ทำให้ผู้ใช้งานไม่มั่นใจในข้อมูลที่ AI สร้างขึ้นทั้งหมด และต้องใช้ดุลยพินิจในการตรวจสอบ
  • ความจำเป็นในการอัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์: AI ต้องได้รับการฝึกฝนและอัปเดตข้อมูลอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถให้ข้อมูลที่ทันสมัยและถูกต้องเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน หรือข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย
  • ประเด็นความเป็นส่วนตัวและจริยธรรมของ AI: การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการฝึกฝน AI และความกังวลว่า AI อาจให้คำตอบที่มีอคติ หรือละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน
  • ต้นทุนในการพัฒนาและรันโมเดล AI ที่สูง: การพัฒนาและการบำรุงรักษาโมเดล AI ขนาดใหญ่ต้องใช้ทรัพยากรด้านคอมพิวเตอร์และพลังงานมหาศาล ซึ่งเป็นความท้าทายสำหรับผู้พัฒนา

5. การคาดการณ์แนวโน้มการใช้งาน Generative Search ในปี 2025

มองไปข้างหน้าถึงปี 2025 เราคาดการณ์ว่า Generative Search จะไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เสริม แต่จะกลายเป็นส่วนสำคัญและเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการค้นหาข้อมูล ลองมาดูกันว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างครับ

5.1 การเติบโตที่ต่อเนื่อง:

  • คาดการณ์อัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้งานและปริมาณคำค้นหา: การใช้งาน Generative Search จะยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้คนจะคุ้นชินกับการถามคำถาม AI มากขึ้น และปริมาณคำค้นหาที่ใช้ Generative AI จะพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • แนวโน้มการเป็นฟีเจอร์หลักในการค้นหา: Generative Search จะถูกบูรณาการเข้ากับหน้าผลการค้นหาหลักของทุกแพลตฟอร์ม และกลายเป็นวิธีหลักในการรับข้อมูลสำหรับคำถามที่ซับซ้อน

5.2 การพัฒนาคุณสมบัติใหม่ๆ:

  • การตอบสนองที่ซับซ้อนและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น: AI จะสามารถเข้าใจบริบทของคำถามได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และให้คำตอบที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคลมากขึ้น รวมถึงการให้ข้อมูลเชิงลึกที่ยากจะหาได้จากการค้นหาแบบดั้งเดิม
  • การบูรณาการกับ Multimodal AI (Text, Image, Audio, Video): ผู้ใช้งานจะสามารถถามคำถามโดยใช้รูปภาพ หรือเสียงได้ และ AI จะสามารถตอบกลับด้วยข้อความ รูปภาพ เสียง หรือวิดีโอ ทำให้ประสบการณ์การค้นหาครบวงจรยิ่งขึ้น
  • การปรับปรุงเรื่องความแม่นยำและการอ้างอิง: ผู้พัฒนาจะให้ความสำคัญกับการลดปัญหา Hallucinations และปรับปรุงระบบการอ้างอิงแหล่งที่มาให้ชัดเจนและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

5.3 การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้ใช้งาน:

  • ความคุ้นเคยและการพึ่งพา Generative Search ในชีวิตประจำวันมากขึ้น: ผู้คนจะเริ่มพึ่งพา Generative Search ในการจัดการงานต่างๆ ตั้งแต่การวางแผนชีวิตประจำวัน การทำงาน ไปจนถึงการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
  • การใช้งานในบริบทที่หลากหลายขึ้น: Generative Search จะถูกนำไปใช้ในบริบทที่ไม่ใช่แค่การค้นหาข้อมูลทั่วไป แต่รวมถึงการช่วยคิดไอเดีย, การสร้างเนื้อหา, การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น, และการให้คำปรึกษาเฉพาะทางมากขึ้น

5.4 แนวโน้มด้านกฎระเบียบและการควบคุม:

  • ผลกระทบของกฎหมาย AI และนโยบายความเป็นส่วนตัวต่อการใช้งาน: รัฐบาลและองค์กรระหว่างประเทศจะเริ่มออกกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการพัฒนาและการใช้งาน AI มากขึ้น เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและป้องกันผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งจะส่งผลต่อวิธีที่แพลตฟอร์มต่างๆ นำเสนอ Generative Search

6. ผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

เมื่อ Generative Search ก้าวเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ย่อมส่งผลกระทบและนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในหลายๆ ด้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

6.1 สำหรับผู้ใช้งาน:

  • การเข้าถึงข้อมูลที่ง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้น: นี่คือประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุด ผู้ใช้งานจะได้รับคำตอบทันที โดยไม่ต้องใช้เวลาในการกรองข้อมูลหรือคลิกหลายๆ ลิงก์
  • การเปลี่ยนแปลงทักษะในการค้นหาและประเมินข้อมูล: ผู้ใช้งานจำเป็นต้องพัฒนาทักษะใหม่ๆ เช่น การตั้งคำถามที่ดี (Prompt Engineering) และที่สำคัญคือ ทักษะการประเมินความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ AI สร้างขึ้น

6.2 สำหรับธุรกิจและนักการตลาด:

  • กลยุทธ์ SEO ใหม่ (Search Generative Experience Optimization – SGEO): การปรับปรุงเนื้อหาและโครงสร้างเว็บไซต์ให้ AI สามารถเข้าใจและดึงข้อมูลไปใช้ในการสร้างคำตอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะกลายเป็นสิ่งสำคัญพอๆ กับ SEO แบบดั้งเดิม
  • การปรับเปลี่ยนการสร้างเนื้อหา (Content Creation): เนื้อหาจะต้องมีคุณภาพสูง เจาะลึก และน่าเชื่อถือ เพื่อให้ AI เลือกใช้เป็นแหล่งข้อมูลหลัก รวมถึงการสร้างเนื้อหาในรูปแบบที่ AI สามารถนำไปสรุปได้ง่าย
  • ผลกระทบต่อรูปแบบการโฆษณาและการตลาดดิจิทัล: โฆษณาอาจถูกฝังอยู่ในคำตอบที่ AI สร้างขึ้น หรือรูปแบบการแสดงผลโฆษณาจะเปลี่ยนไป ผู้ลงโฆษณาต้องปรับกลยุทธ์การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่
  • ความสำคัญของการสร้าง Brand Authority และ Expertise: การเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาใดสาขาหนึ่งและมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ จะยิ่งทวีความสำคัญ เพราะ AI มีแนวโน้มที่จะอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งที่ได้รับการยอมรับสูง

6.3 สำหรับผู้พัฒนาแพลตฟอร์มและ AI:

  • การแข่งขันเพื่อพัฒนา AI ที่เหนือกว่า: การแข่งขันระหว่าง Google, Microsoft และผู้เล่นอื่นๆ จะทวีความเข้มข้นขึ้น เพื่อสร้าง AI ที่มีความสามารถในการตอบคำถามที่แม่นยำ เป็นประโยชน์ และมีความน่าเชื่อถือมากที่สุด
  • ความท้าทายในการจัดการข้อมูลและทรัพยากร: การจัดการข้อมูลมหาศาลเพื่อฝึกฝน AI และการใช้ทรัพยากรประมวลผลที่มีต้นทุนสูง จะยังคงเป็นความท้าทายหลัก
  • การสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้อง: จะเกิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI เช่น บริการ Prompt Engineering, เครื่องมือตรวจสอบข้อมูล AI, หรือแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ธุรกิจปรับตัวเข้ากับ SGEO

7. สรุปและข้อเสนอแนะ

มาถึงช่วงสุดท้ายแล้วครับ เราได้เดินทางผ่านโลกของ Generative Search ตั้งแต่ความหมาย ผู้เล่น ไปจนถึงสถิติ แนวโน้ม และผลกระทบที่กำลังจะเกิดขึ้น เราเห็นแล้วว่า Generative Search กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการที่เราเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็วและไม่อาจย้อนกลับได้

สรุปผลการวิเคราะห์:

สถิติการใช้งาน Generative Search ในปี 2024 ชี้ให้เห็นถึงการยอมรับที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ต้องการคำตอบที่รวดเร็วและสรุปครบถ้วน แม้จะมีข้อท้าทายเรื่องความถูกต้องและการอ้างอิง แต่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และการบูรณาการเข้ากับแพลตฟอร์มหลัก จะทำให้ Generative Search กลายเป็นส่วนสำคัญของการค้นหาในปี 2025 โดยจะส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อทั้งผู้ใช้งาน ธุรกิจ และผู้พัฒนา

ความสำคัญของการปรับตัว:

สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ ทุกภาคส่วนต้องตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ และเตรียมพร้อมที่จะปรับตัว ผู้ที่ปรับตัวได้เร็ว ย่อมได้เปรียบในภูมิทัศน์ดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงนี้

ข้อเสนอแนะสำหรับอนาคต:

  • สำหรับธุรกิจ: การลงทุนในกลยุทธ์ SGEO, การปรับกลยุทธ์การสร้างเนื้อหาให้ตอบโจทย์การสรุปของ AI, และการสร้าง Brand Authority รวมถึงความน่าเชื่อถือ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาและเพิ่ม Visibility ในยุค Generative Search
  • สำหรับผู้ใช้งาน: การเรียนรู้ที่จะใช้ Generative Search อย่างมีวิจารณญาณ โดยเฉพาะการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และการทำความเข้าใจข้อจำกัดของ AI จะเป็นทักษะสำคัญในการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล
  • สำหรับผู้พัฒนา: การพัฒนา AI ที่มีความรับผิดชอบ (Responsible AI) โดยคำนึงถึงประเด็นด้านจริยธรรม ความเป็นส่วนตัว ความถูกต้อง และความโปร่งใส จะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน

มุมมองทิ้งท้าย:

Generative Search ไม่ใช่แค่เครื่องมือใหม่ แต่เป็นวิวัฒนาการของการเข้าถึงข้อมูลที่กำลังกำหนดทิศทางอนาคตของเรา มันไม่ใช่แค่การ “หาข้อมูล” อีกต่อไป แต่เป็นการ “สร้างสรรค์ความรู้” ที่จะปลดล็อกศักยภาพใหม่ๆ ให้กับมนุษย์ ขอให้ทุกท่านพร้อมที่จะเรียนรู้ ปรับตัว และเติบโตไปพร้อมกับยุคแห่งการค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI นี้ครับ!

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นโครงสร้างสำหรับการวิเคราะห์ที่จำลองสถานการณ์และคาดการณ์จากแนวโน้มในปัจจุบัน เนื่องจากข้อมูลสถิติจริงในช่วงปี 2024-2025 ยังไม่ถูกรวบรวมและเปิดเผยทั้งหมด ดังนั้น การเขียนจริงจะต้องมีการอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่างสม่ำเสมอเพื่อสนับสนุนข้อวิเคราะห์และข้อคาดการณ์ต่างๆ ครับ



“`